กำลังโหลด กรุณารอสักครู่...
Recommended Menus By Dietitian
เมนูที่แนะนำโดยนักกำหนดอาหาร
(ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารบำบัดโรค)

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง

ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน เนื้อสัตว์ที่มีคลอเลสเตอรอลสูง ไข่แดง อาหารทอด เบเกอรี่ต่างๆ และหลีกเลี่ยงการประกอบอาหารด้วยกะทิ เนย มาการีน ไขมันสัตว์ โดยเน้นทานเนื้อปลา และเนื้อกุ้ง เนื้ออกไก่ สันในไก่ ที่ไม่ติดมัน และลอกหนัง และใช้นมขาดมันเนย (ไขมัน 0%) ในการประกอบอาหารแทนกะทิ การใช้น้ำมันในการประกอบอาหารไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา/วัน

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ทีเป็นโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ทุกชนิด ชาเย็น กาแฟเย็น ขนมหวาน ลูกอม ของเชื่อม เป็นต้น หรืออาจใช้น้ำตาลเทียม (สารให้ความหวาน) แทนน้ำตาลทราย เน้นอาหารที่มีเส้นใยสูง เผื่อชะลอการขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด รับประทานผักสุกทุกมื้ออย่างน้อยมื้อละ 2 ทัพพี เลือกอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic index) ต่ำและมีใยอาหารสูง เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ ส้ม สปาเก็ตตี้ วุ้นเส้น นมสดจืด น้ำตาลที่ปรุงเติมเพิ่ม (added sugar) ในเครื่องดื่ม หรือในการปรุงอาหาร ไม่ควรเกิน 3 ช้อนชา/วัน

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

หลักในการเลือกอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก จะเน้นผัก และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (โปรตีน) ควบคุมปริมาณไขมันและอาหารประเภทแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรได้รับพลังงานจากอาหาร สำหรับผู้หญิงไม่เกิน 1,500 kcal/วัน และสำหรับผู้ชายไม่เกิน 1,800 kcal/วัน โดยแบ่งร้อยละสัดส่วนพลังงานของ คาร์โบไฮเดรต:โปรตีน:ไขมัน = 50:30:20 ดังนั้นปริมาณไขมันทั้งหมดไม่ควรเกิน 33 กรัม/วัน (สำหรับผู้หญิง) และ 40 กรัม/วัน (สำหรับผู้ชาย) เนื่องจากไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง หากพลังงานที่บริโภคเข้าไปถูกนำไปใช้ไม่หมด จะถูกเก็บสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนังและไขมันหน้าท้อง หน้าท้องเช่นกัน (ไขมัน 1g ให้พลังงาน = 9 kcal; น้ำมัน 1 ช้อนชา = 45 kcalน้ำตาล 1g ให้พลังงาน = 4 kcal)

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม

ผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อม ควรรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินซีสูง เนื่องจากโอเมก้า 3 นอกจากช่วยลดการสลายของกระดูก ยังทำหน้าที่ลดการอักเสบภายในร่างกายและการอักเสบของข้อต่ออื่นๆได้ด้วย และวิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงยังมีงานวิจัยใหม่ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า วิตามินซีมีส่วนช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและการเสื่อมของกระดูกข้อต่อต่างๆ ที่มีสาเหตุจากอายุที่มากขึ้นได้ด้วย จึงขอแนะนำให้รับวิตามินซีวันละประมาณ 1000 มิลลิกรัม อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงได้แก่ ปลาทะเล ปลาทู ปลากระพง ถั่ววอลนัท เต้าหู้ ถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง สาหร่ายทะเล เมล็ดแฟล็กซ์ อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก ส่วนวิตามินซีธรรมชาติมีอยู่ในผักและผลไม้สดหลายชนิด อย่างเช่นฝรั่ง มะขามป้อม เป็นต้น

อาหารที่เหมาะสำหรับการชะลอวัย

อาหารชะลอวัย (Anti-aging Diet) จะเน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง (Anti oxidant) เช่น Vitamin C, Vitamin E, Omega 3, Polyphenols, Flavanols, Resveratrol เป็นต้น เนื้อปลาที่มี Omega-3 สูง เช่น ปลาแซลมอน, ปลาทู, ปลาอินทรีย์, ปลากะพงขาว และปลาช่อน ส่วน Resveratrol พบได้ในไวน์แดง แหล่งของ Flavonoids พบในช็อคโกแลต ผักและผลไม้ที่มี Vitamin C สูงคือ ผักโขม, ผลไม้ตระกูลเบอรี่, ฝรั่ง, มะขามป้อม เป็นต้น และ Polyphenols พบได้ในผลไม้ตระกูลเบอรี่