กำลังโหลด กรุณารอสักครู่...
Vitamin Database
วิดตามินดี

Vitamin D

เป็นวิตามินประเภทที่ละลายในไขมัน ทำหน้าที่สำคัญทีเกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างแคลเซียมในกระดูก และฟัน รวมถึงกระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อในร่างกายต่างๆ

หน้าที่ และสรรพคุณวิตามินดี
1. วิตามินดีเป็นสารสำคัญในการควบคุมหลั่งฮอร์โมนพาราธัยรอยด์ที่เกี่ยวข้องกับสมดุลแคลเซียม และฟอสฟอรัสในร่างกาย ช่วยให้มีการดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสในลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด

2. วิตามินดีช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งแคลเซียมออกจากผิวกระดูกไปยังกระแสเลือด และมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกระดูก และสะสมแคลเซียม และฟอสฟอรัสในกระดูก

3. วิตามินดีช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์สารที่จำเป็นในการสร้างคลอลาเจน และเกี่ยวข้องกับการใช้คาร์โบไฮเดรต

4. วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ  การเต้นของหัวใจ และการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสมดุล และการใช้แคลเซียม และฟอสฟอรัสในร่างกาย

ผลการขาดวิตามินดี
การผิดรูป และภาวะกระดูกพรุน การขาดวิตามินดีจะทำให้เกิดภาวะกระดูกบาง และโรคกระดูกพรุน รวมถึงมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมา

วิตามินดีเกินขนาด

เกิดภาวะเป็นพิษ เป็นเหตุให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากทางเดินอาหารมากกว่าปกติ และเร่งการสลายแคลเซียมจากกระดูก ทำให้มีแคลเซียมในเลือดสูง(hypercalcernia) ในที่สุดระดับแคลเซียมในเลือดจะเสียสมดุล ผลที่ตามมาคือแคลเซียมและฟอสเฟตจะไปเกาะตามอวัยวะต่าง ๆโดยเฉพาะที่หัวใจ ไต รวมทั้งหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ทำให้อวัยวะเหล่านี้ทำงานผิดปกติแต่การสร้างวิตามินดีที่ผิวหนังจะไม่ทำให้เกิดภาวะเป็นพิษ

อาการวิตามินดี เป็นพิษที่พบได้ คือ เบื่ออาหาร ทางเดินอาหารปั่นป่วน ไม่สบายท้อง ปวดศีรษะ เจ็บปวดตามข้อ ปัสสาวะมาก แคลเซียมในเลือดสูง แคลเซียมเกาะตามอวัยวะต่าง ๆ

แหล่งวิตามินดี
ร่างกายจะได้รับวิตามินดีจาก 2 แหล่ง คือ การสังเคราะห์ของร่างกายจากแสงแดดประมาณ 80% และจากอาหารประมาณ 10-20% ซึ่งเราสามารถควบคุมระดับวิตามินดีในร่างกายได้ 3 ทาง คือ การได้รับปริมาณแสงแดดผ่านทางผิวหนัง การรับประทานอาหาร และการรับประทานอาหารเสริมได้แก่ อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีชนิดต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน, ปลาทู, ปลาทูน่า, ปลาแมคเคอเร็ล, ปลาซาดีน, น้ำมันตับปลา, ไข่, เห็ดหอม, นม, โยเกิร์ต, และเมล็ดธัญพืช ซึ่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์มักจะเป็น vitamin D3 (cholecalciferol) ส่วนอาหารจากพืชมักจะเป็น vitamin D2 (ergocalciferol)