กำลังโหลด กรุณารอสักครู่...
Vitamin Database
โบรอน

โบรอน (Boron)

โบรอน เป็นสารอาหารที่สัมพันธ์กับการเผาผลาญกระดูก เมื่อร่างกายได้รับโบรอนที่เพียงพอ การขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะจะลดลงราว 40% นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขึ้นของ 17 beta-estradiol ซึ่งเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในมนุษย์ที่อยู่ในรูปแบบพร้อมทำงาน แต่การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้ เชื่อว่า จะไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งที่เป็นผลข้างเคียงจากการเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจนโดยตรง ปริมาณของเอสโตรเจนที่ถูกสร้างขึ้นด้วยโบรอน มีปริมาณเทียบเท่ากับ 5% ของการรับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากการบริโภค

การออกกำลังกายเป็นประจำและเสริมแคลเซียม ซึ่งหากมีโบรอนเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยจะช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โบรอน เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย โดยนักวิทยาศาสตร์และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยอมรับว่า โบรอน เป็นธาตุอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพ โดยมีหน้าดังต่อไปนี้

  • ช่วยคงสภาพสุขภาพของกระดูก (Bone health) โดยเฉพาะในภาวะที่ร่างกาย ขาดวิตามินดี แมกนีซียม และโปแตสเซียม
  • ช่วยลดการขับแคลเซียม และแมกนีเซียมออกทางปัสสาวะ
  • เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม
  • เพิ่มการผลิตฮอร์โมนเพศทั้ง 17- beta estradiol (ฮอร์โมนเอสโตรเจน) และ Testosterone ของเพศชาย ซึ่งเพิ่มระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนดังกล่าวในเลือด
  • เพิ่มการผลิต และคงสภาพ Vitamin D3
  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่กระดูก จึงมีผลเพิ่มความสามารถในการรับแรงกระแทกของกระดูกสันหลัง ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิด ภาวะกระดูกหักทรุดตัวลง (Compression Fracture)
  • ช่วยกระตุ้นการผลิต Corticosteroid มีผลต้านกลไกการอักเสบของเนื้อเยื่อ ข้อ และกระดูก ซึ่งมีผลลดโอกาสเกิดหินปูนที่เกาะตามกระดูก (Osteophyte)

ปริมาณที่แนะนำ โดยปกติทั่วไป ร่างกายคนเราต้องการ โบรอน ในขนาด 1-3 มิลลิกรัมต่อวัน กระบวนการทำงานของแคลเซียม และโบรอน เป็นไปในทิศทางที่ช่วยส่งเสริมกันและกัน จึงทำให้กระดูกแข็งแรงในขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นไม่แตกหักง่าย

ผลข้างเคียงจากโบรอน หากได้รับโบรอนมากเกินไป (มากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อวัน) หรือการรับโบรอนในปริมาณสูงนานเกินไป อาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง, ท้องร่วง, หายใจติดขัด รู้สึกแน่นในลำคอ หรือแน่นหน้าอก, เกิดอาการลมพิษ ผิวหนังเป็นผื่น คัน หรือบวม

แหล่งอาหารที่มี โบรอน จากธรรมชาติได้แก่ ผัก ผลไม้ เอปเปิ้ล กีวี ลูกพีช องุ่น อะโวคาโด ธัญพืช นมถั่วเหลือง มะเขือเทศ อัลมอนด์ บล๊อกโคลี่ กล้วยชนิดต่างๆ รวมถึง ไวน์ และน้ำผึ้ง